ผบ.ทบ.ยกพระราชดำรัสเตือนสติคนไทย
เมื่อเวลา 06.00 น. ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้
ถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงตรัสว่า
ถ้าบ้านเมืองมีความสงบ พระองค์ก็จะมีความสุขว่า ประเทศไทยของเราได้เสียหายเพราะสถานการณ์ที่เป็นอยู่มานานพอสมควร
และส่งผลกระทบทางด้านสังคม เศรษฐกิจ มากเกินไปที่คนไทยจะปล่อยวาง
พระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ก็น่าจะเป็นสิ่งเตือนใจพวกเราได้เป็นอย่างดี
กองทัพบกจะน้อมนำพระราชดำรัสไปยังส่วนต่างๆ ที่สามารถจะทำได้ภายในกลไกของเรา
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะพิมพ์กระแสพระราชดำรัสออกเผยแพร่ให้กับประชาชนคนไทยนั้น
ถือว่าเป็นเรื่องดี ในส่วนของกองทัพที่เป็นกลไกของรัฐบาล ก็สามารถช่วยดำเนินการในเรื่องการแจกจ่าย
และถ้าไม่มีปัญหาในเรื่องของกฎหมาย เราก็จะพิมพ์ซ้ำเพื่อเผยแพร่ในพื้นที่ต่างๆให้มีความเข้าใจ
โดยเฉพาะกำลังพลและครอบครัว
เมื่อถามว่า ในวันที่ 10 ธ.ค. จะมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงและยังอยู่ในช่วงการจัดพิธีมงคลถือเป็นความเหมะสมหรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะไปชี้เจาะจงตรงนั้น เพราะไม่ได้เป็นหนทางในการที่จะทำให้อะไรมันดีขึ้น
ซึ่งเรื่องนี้เราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเราเสียหายกับเรื่องนี้มามากแล้ว
ไม่น่าจะกลับไปวนเวียนในเรื่องดังกล่าว แม้แต่สื่อมวลชนเองก็คงเบื่อที่ทำข่าวเรื่องนี้มา
2-3 ปีแล้ว ประเด็นอะไรเป็นอะไร ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าจะนำไปคำนึงคือกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ที่ทรงตรัสว่าให้คำนึงถึงส่วนรวม
คำนึงถึงผลเสียหาย การจะกระทำในเรื่องใดเรื่องหนึ่งน่าจะเอาไปชั่งกับประเทศชาติ
ถ้าประเทศจะเสียหายไปมากกว่านี้ ทุกคนที่อยู่ในประเทศก็ต้องได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด
เมื่อ ถามว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก
ออกมาระบุว่าจะนำอดีตทหารพราน สังกัดหน่วยปักธงชัย มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง
โดยพล.อ.อนุพงษ์กล่าวเสียงแข็งว่า ใน เรื่องนี้ผมขอให้คำว่าประณาม
เพราะคนในกองทัพเอง เขาก็ทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดินกันทุกคน
ไม่มีใครทำหนักเบากว่ากัน เพียงแต่ไม่มีใครกล่าวอ้าง กองทัพเป็นสถาบันหลักไม่ใช่ของผม
ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งที่จะไปกล่าวอ้าง กองทัพเป็นทหารของประเทศชาติ
เป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาไปทำอะไรทั้งสิ้น
ไปวิพากษ์วิจารณ์ กองทัพจะต้องอยู่ในภาวะที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อยเรื่องความมั่นคงได้
คำกล่าวอ้างดังกล่าวผมขอเรียนว่าไม่มี ซึ่งผมเองก็ได้มีการพูดคุยกับกลุ่มทหารพรานที่ออกจากหน้าที่ไปแล้วก็ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว
การที่จะไปพูดว่าจะมีสถาบันกองทัพหรือผู้ถืออาวุธมีความขัดแย้งกันเป็นความเลวร้ายของสังคมไทย
มันแย่มาก เข้าขั้นที่ว่าเป็นแนวความคิดที่ไม่ควรออกมาจากปากของคนที่เป็นทหาร
ส่วนการดำเนินการกับ พล.ต.ขัตติยะนั้น เราได้ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องคือในส่วนของกำลังพลที่ต้องดูแลได้ดำเนินการไปตามกฎระเบียบ
กฎหมายที่มี
ที่มา ผู้สื่อข่าว ISNHOTNEWS
6 ธันวาคม 2552
วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เวลา 18:00:32 น. มติชนออนไลน์
"เสธ.แดง"ยังบี้"อนุพงษ์"จ่อยื่น รมว.กห.สอบผิดอาญาทหาร
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวถึงกรณีจะยื่นหนังสือให้สอบสวน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกว่า วันที่18 ธ.ค.นี้
จะเดินทางไปยื่นหนังสือพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานถึงพล.อ.ประวิตร
วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สอบสวน พล.อ.อนุพงษ์
ที่มีฐานความผิดเดียวกับตน คือ ผิดกฎหมายอาญาทหารมาตรา 32
คือ การข่มขู่ผู้บังคับบัญชา จากครั้งที่ พล.อ.อนุพงษ์ ข่มขู่ให้นายสมชาย
วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ยุบสภา นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังมีความผิดใน
4 กรณีคือ 1.การปฏิวัติ 2.การจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร 3.การวางแผนปราบม็อบวันที่
13 เม.ย.ที่ผ่านมา และ 4.ไม่วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งทุกอย่างมีเอกสารหลักฐานทั้งสิ้น
ข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมว่าด้วยข้าราชการกระทรวงกลาโหมกับการเมือง
พ.ศ.2499 ข้อ 7 คือ ข้าราชการกระทรวงกลาโหมจะต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง
ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์พรรคการเมืองใด และ ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งถือว่า พล.อ.อนุพงษ์ ผิดเพราะไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายสมชาย
และ นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากที่มีการประกาศ
พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังผิดข้อบังคับตามข้อ 8 ในวงเล็บที่
1 ห้ามมิให้ผู้อื่นใช้เขตสถานที่ราชการทางทหารในกิจกรมทางการเมือง
และ ในวงเล็บที่ 2 คือ ไม่วิจารณ์รัฐบาลให้ปรากฏแก่ประชาชน
ดังนั้น หากจะลงโทษผมอย่างไร ก็จะต้องลงโทษพล.อ.อนุพงษ์ ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
เพราะมีฐานความผิดเหมือนกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีความเป็นห่วงว่า จะเกิดเหตุร้ายในช่วงปีใหม่
พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า คาดว่า ช่วงปีใหม่นี้จะไม่มีเหตุการณ์ร้าย
และหากเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นแสดงว่า มีคนต้องการใส่ร้ายว่าเป็นการกระทำของกลุ่มคนเสื้อแดง
แต่ตนเชื่อว่าช่วงเดือนมกราคมปีหน้า จะเกิดสงครามครั้งใหญ่แน่
เพราะประชาชนไม่ต้องการความอยุติธรรม ไม่ต้องการแผ่นดินที่ใช้
2 มาตรฐาน เพราะประชาชนมองว่า มีการเล่นงาน นายสมัคร และพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกินกว่าเหตุ
"เชื่อว่าในเดือนมกราคมนี้ กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมยาว
โดยมีอดีตทหารพรานมาดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มเสื้อแดงเหมือนเดิม
และ จะมามากกว่าเก่า แต่หากกองทัพบก มองว่าการที่อดีตทหารพรานนำชุดทหารมาใส่นั้น
ผิดกฎมาย ขอให้กองทัพบกนำกำลังมาจับได้เลย ซึ่งการชุมนุมในครั้งหน้า
ทหารจะไม่ออกมา เพราะกองทัพเป็นของประชาชน และในประวัติศาสตร์แม้ทหารจะรบชนะพรรคการเมือง
แต่ทหารไม่เคยรบชนะประชาชน ดังนั้น ภายใน 90 วันนี้ขอให้รัฐบาลเร่งจับมือสร้างความสมานฉันท์"พล.ต.ขัตติยะ
กล่าว