กรกฎาคม 2552
ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าผู้มีนามและที่อยู่ข้างท้ายนี้ ขอทูลเกล้าฯ
ถวายฎีกาเพื่อกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ดังนี้
1.ข้าพระพุทธเจ้ามีความทุกข์แสนสาหัสจากปัญหาเศรษฐกิจ อันมีปฐมเหตุมาจากการยึดอำนาจทางการเมืองเมื่อวันที่
19 กันยายน 2549 เพราะนั่นเป็นการทำลายระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ให้กลายเป็นระบอบเผด็จการทหารที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
การยึดอำนาจการปกครองครั้งนี้ ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
และส่งผลต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนี้เมื่อมาประสบกับเหตุภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
ทำให้เราไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์นั้นได้ ต้องเดือดร้อนสาหัสทุกหย่อมหญ้า
เมื่อประกอบกับรัฐบาลปัจจุบันนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่ชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตย
จึงไม่ได้รับความรักและความร่วมมือจากประชาชน รัฐบาลไม่อาจเป็นองค์กรหลักในการนำประเทศสู้ภัยเศรษฐกิจครั้งนี้ได้
แม้ตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ไม่สามารถเดินทางไปในหลายพื้นที่ของประเทศ
2.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกทำรัฐประหารแย่งอำนาจไป
เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของข้าพระพุทธเจ้าว่าจะช่วยแก้ปัญหาบรรเทาความทุกข์ความเดือดร้อนได้
ก็ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ เพราะถูกกระทำโดยอำนาจเผด็จการ
ใช้กฎหมายที่ไม่ต้องด้วยหลักนิติธรรมดำเนินคดี เป็นเหตุให้ไม่มีโอกาสที่จะใช้กำลังสติปัญญา
ความสามารถช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนได้ นับเป็นความสูญเปล่าซึ่งทรัพยากรบุคคล อีกทั้งการใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดนเป็นระยะเวลานานๆไม่ว่าในซีกหนึ่งส่วนใดของโลกที่จะให้ความสุข
ความอบอุ่นเท่าบ้านเกิดเมืองมารดรย่อมไม่มี
3.การยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 นอกจากก่อให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจ
ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทางด้านความมั่นคงแล้ว ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
จนนักกฎหมายผู้เคารพต่อศักดิ์ศรีวิชาชีพต่างเห็นพ้องต้องกันว่า
จากปี 2549 ถึงปัจจุบันนี้ ประเทศเรามีปัญหาด้านนิติรัฐและนิติธรรม
เป็นที่น่าอับอายแก่นานาอารยประเทศ ข้าพระพุทธเจ้าและชาวบ้านทั่วไปต่างรู้ซาบซึ้งดีว่าการใช้กฎหมาย
2 มาตรฐาน กับคน 2 พวก การไม่ใช้กฎหมายโดยเสมอภาคเป็นวิธีการอนารยะ
เป็นเรื่องไม่อาจยอมรับได้ จึงได้นัดชุมนุมประท้วงและเรียกร้องหาความถูกต้อง
และความชอบธรรมเสมอมา แต่รัฐบาลกลับยัดเยียดความอยุติธรรม
และความไม่เสมอภาคมากยิ่งขึ้นจนใกล้ถึงขีดสุดแห่งความอดทนที่มนุษย์จะพึงมี
4.ทั้งหมดนี้ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเพื่อทรงทราบว่า
เวลานี้เหลือที่พึ่งสุดท้ายหนึ่งเดียวที่ข้าพระพุทธเจ้าจะพึ่งได้คือใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท
เพราะทรงบำเพ็ญกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ทวยราษฎร์เสมอมา
ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม มีสายพระเนตรยาวไกล
คงจะไม่ปล่อยปละละเลยพสกนิกรให้จมอยู่กับความระทมทุกข์เป็นเวลายาวนานเกินไป
ข้าพระพุทธเจ้าจึงกราบบังคมทูลถวายฎีกามา เพื่อทรงพระกรุณาอภัยโทษให้แก่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พิพากษาจำคุก 2 ปีนั้นเสีย เพื่อจักได้อิสรภาพกลับมาเป็นข้าทูลละอองธุลีพระบาททำประโยชน์ต่อแผ่นดิน
อย่างน้อยก็เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของปวงข้าพระพุทธเจ้า
ผู้ยังเชื่อมั่นและศรัทธาในความสามารถของเขา
การทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาครั้งนี้ ข้าพระพุทธเจ้ามุ่งหวังให้เกิดความสามัคคี
เป็นการสมานฉันท์คนในชาติให้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดังเดิม
เพื่อรวมกันเป็นเอกภาพ สู้ภัยหลายๆ รูปแบบจากทิศานุทิศให้ปลาสนาการไป
นำความสุขความร่มเย็นมาสู่พสกนิกรเสริมพระบารมีใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้สูงส่งไพศาล
แต่ทั้งนี้ก็สุดแต่พระบรมราชวินิจฉัย
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
-------------------
< ฏีกานี้ มีปรากฎในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ
หาอ่านได้ฟรีๆ ตามร้านจำหน่ายกาแฟทั่วไป >