Recently a teacher, a garbage
collector, and
a lawyer wound up together at
the Pearly Gates. St. Peter informed them that in
order to get into Heaven, they would each have to answer
one question.
St. Peter addressed the
teacher and asked, "What was the name of the ship that
crashed into the iceberg? They just made a movie about it."
The teacher answered quickly,
"That would be the Titanic." St. Peter let him
through the gate.
St. Peter turned to the
garbage man and, figuring Heaven didn't *really* need all
the odors that this guy would bring with him, decided to
make the question a little harder: "How many people
died on the ship?"
Fortunately for him, the
trash man had just seen the movie. "1,228" he
answered.
"That's right! You
may enter."
St. Peter turned to the
lawyer. "Name them."
-------------- 
เมื่อไม่นานมานี้ ชายสามคน
ได้เสียชีวิตลง คนหนึ่งเป็นครู,
คนหนึ่งเป็นคนเก็บขยะ และอึกคนหนึ่งนั้น เป็นทนายความ
วิญญาณของพวกเขาก็ล่องลอยตุุ๊บป่องๆมาโผล่ที่หน้าประตูสวรรค์
เซนต์ปีเตอร์ก็แจ้งให้พวกเขาทราบว่า การที่จะผ่านเข้าประตูสวรรค์ได้นั้น
พวกเขาจะต้องตอบคำถามคนละหนึ่งข้อ ถ้าตอบไม่ได้หรือตอบผิด
ก็หมดสิทธิ คำสร้อย
เซนต์ปีเตอร์ได้ถามคุณครูว่า
: "ไหนลองบอกมาซิ ว่าเรือ ลำที่แล่นไปชนภูเขาน้ำแข็ง
ที่เขานำมาสร้างเป็นหนังนั้น มีชื่อว่าอะไร?"
คุณครูรีบตอบ : "มันชื่อ"ไททานิค"ครับท่าน" เซนต์ปีเตอร์ก็อนุญาตให้ผ่านได้
เซนต์ปีเตอร์หันไปทางคนเก็บขยะและก็คิดว่า
เจ้าคนนี้ตัวเหม็น ถ้าให้ผ่านเข้าไป สวรรค์ก็คงจะเหม็นแย่
อย่ากระนั้นเลย ต้องถามเรื่องที่มันยากขึ้นมาหน่อย ฮะๆๆฮ่า
: "ไหนท่านลองบอกมาซิ ว่าในคราวนั้น มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดกี่คน?"
คนดี ผีย่อมคุ้มครอง(คนดี
ผีคุ้ม) นับว่าโชคยังดี ที่คนเก็บขยะ เพิ่งจะไปดูหนังเรื่องนี้มา
เขาจึงตอบ : "1,228 คน ครับท่าน"
เซนต์ปีเตอร์ : "ถูกต้อง!
ขอเชิญท่าน ผ่านเข้าประตูได้"
แล้วเซนต์ปีเตอร์ ก็หันไปหาทนายความ
: "จงบอกชื่อ พวกเขาทุกคน"
------------- 
ฝึกออกเสียง
Recently
: รี้-เส่นถลี่(เมื่อเร็วๆนี้,
เมื่อไม่นานมานี้)
adv.
the Pearly Gates
: เพิ้ล-หลี่ เกทสฺ(ประตูสวรรค์)
n.
inform
: อิ่นฟ่อม-(แจ้งให้ทราบ,
บอก) v.
garbage
: ก๊า-บิจ(ขยะ(=trash(แทร่ช)คนอเมริกัน มักจะหมายถึงขยะที่มาจากในครัว(คนอังกฤษ
จะใช้"rubbish(รับ-บิช)"))
n.
collector
: ข่อลเล้ค-เต่อ(ผู้เก็บ,
ผู้เก็บรวบรวม) n.
odor
: โอ๊-เด่อะ(กลิ่น, กลิ่นเหม็น) n.
address
: อัดเดร้ส-(ในเรื่องนี้ จะมีความหมายว่า"พูด")
v.
the iceberg
: ดิ ไอ๊ซ-เบิก(ภูเขาน้ำแข็ง)
n.
Fortunately
: ฟ้อ-จุเหนทหลี่(โชคดี,
โชคยังดี) adv.
to figure
: ฟิ้ก-เก่อ
(คิด) v.
to turn to
: เทิ้น ถู่ (หัน(หน้า)ไปทาง,
หันไปหา) v.
Titanic :
ไทแท้-หนิค(ชื่อของเรือโดยสารขนาดยักษ์
คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักดีและน่าจะได้ชมภาพยนต์เรื่องนี้กันไปหลายรอบแล้ว
ที่มีพระเอก-นางเอกคู่ขวัญ "เจ๊ก
กับ โล้น" ตอนจบนั้น เศร้า, สะเทือนใจมาก ผมดูทีไร
น้ำมูกน้ำลายจะไหลท่วมตัว)
เกร็ดความรู้ 
The
attorney : ดิ แอ็ทเท้อ-หนี่(ทนายความ(=lawyer(ล้อ-เหย่อ))
คำนี้เวลาออกเสียง ต้องระวังนิดหนึ่ง ในเรื่องการเน้นเสียง(Stress)
และการไม่ออกเสียงตัวเอส(s)แบบดำน้ำมั่วซั่ว(ซึ่งคำนี้ไม่มีตัวเอสนะครับ
แต่เคยได้ยินบางท่านกล่าวว่า การพูดภาษาอังกฤษให้เหมือนฝรั่งนั้น
มันเรื่องหมูๆ หลับหูหลับตาตุ๊ยๆมันเข้าไป
ไม่ต้องไปสนใจว่าคำนั้นมันสะกดอย่างไร มีตัวอะไรบ้าง ก็ช่างหัวมัน ให้เน้นแอ๊คเซ่นท์หนักๆเข้าไว้ โดยเฉพาะเสียงเอส(s)
ต้องมีบ่อยๆ และต้องชัดเจนหนักแน่นให้น้ำลายกระจายพุ่งออกไปดังห่าฝน
ไม่เชื่อก็ให้ลองฟังพวกฝรั่งเค้าพูดกันในหนังดูสิ คุยกันคำสองคำ
ก็ต้องมี"ชู่"ออกไปทีหนึ่ง, อีกคำสองคำ
ก็ต้องมี"ชู่"ออกไปอีกทีหนึ่ง
อย่างคำที่ยกมานี้ ก็ออกเสียงให้ชัดเจนกึกก้องไปเลยว่า"แอ๊ส-เธอนี่"(Asstorney)..เฮ่อๆๆ)
ถ้าจะเอาแบบนั้นละก็
คงต้องขอเชิญไปร่วมวง"Big
Ass"(บิ๊ก แอ๊ส)..น่าจะเหมาะ..แฮ่ๆๆๆ..ยิ่งถ้าแปลแบบ"ฟุดฟิดฟอร์ฟัน
อเมริกันปนไทย"ด้วยละก็
จะยิ่งน่ากระอักกระอ่วนเป็นยิ่งนัก..เหอๆๆ
(คำว่า
Attorney นั้น
บ้างก็ใช้ว่า "Counselor"(เค้า-เส่ลเหล่อ)
บ้างก็ใช้ "Attorney
at law"ครับ)
to wind up
: ทู วาย ดั้พ คำนี้มีหลายหน้าตาครับ
ในเรื่องนี้ เป็นกรณีที่เกี่ยวกับคน จะหมายถึง"ไปอยู่ในที่หนึ่งที่ใด"หรือ"ไปอยู่ในสถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใด"หรือ"จบลงที่,
ลงเอยที่ี่"
I always said they would
wind up in prison.
ผมบอกหลายครั้งแล้วว่า ประเดี๋ยวพวกเขาจะต้องติดคุก
หรือ(ผมนั้นพูดอยู่เสมอๆเลยนะ ว่าพวกเขาจะต้องติดคุกหัวโต)
They eventually wound
up staying in a little hotel a few miles from town.
แล้วท้ายที่สุด พวกเขาก็เข้าพักในโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งห่างจากตัวเมือง 2-3
ไมล์
Recently a teacher,
a garbage collector, and a lawyer wound
up together at the Pearly Gates.
เมื่อไม่นานมานี้ ชายสามคน
ได้เสียชีวิตลง คนหนึ่งเป็นครู, คนหนึ่งเป็นคนเก็บขยะ และอึกคนหนึ่งนั้น
เป็นทนายความ วิญญาณของพวกเขาก็ล่องลอยตุุ๊บป่องๆมาโผล่ที่หน้าประตูสวรรค์
in order to do
sth : อิน
อ๊อ-เด่อ ถู่ ดู่ ซั้ม-ติ่ง(เพื่อที่จะ(ทำบางสิ่งบางอย่างหรือได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่าง))
He arrived early in order
to get a good seat.
เขารีบมาก่อนเวลาเพื่อที่จะได้ที่นั่งที่ดีๆ
In order to get a complete
picture, further information is needed.
เพื่อที่จะได้ภาพที่สมบูรณ์ชัดเจน
เราต้องการข้อมูลที่มากกว่านี้
St. Peter informed
them that in order to get into
Heaven, they would each have to answer one question.
เซนต์ปีเตอร์ก็แจ้งให้พวกเขาทราบว่า
การที่จะผ่านเข้าประตูสวรรค์ได้นั้น
พวกเขาจะต้องตอบคำถามคนละหนึ่งข้อ ถ้าตอบไม่ได้หรือตอบผิด
ก็หมดสิทธิ คำสร้อย
เมื่อพูดถึงเรื่องทนายความหรือการขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกันนั้น ในเมืองไทย
สถานะของทนายไทยเมื่อเปรียบเทียบกับทนายอเมริกัน จะต่างกันเหมือนฟ้่ากับเหว
ของไทยเรานั้น มีคำกล่าวว่า
"เป็นความ กินขี้หมาดีกว่า"
มีความหมายว่า อย่าได้คิดมีเรื่องมีราวจนถึงกับฟ้องร้องกันเลย
เพราะจะมีแต่เสียกับเสีย ดังคำโบราณที่ว่า"เสียน้อยเสียยาก
เสียมากเสียน้อย"(แหะๆๆ..อันนี้เป็นของผมเองนะครับ..ใครจะนำไปใช้
ก็อย่าลืม โทรมาขออนุญาตก่อนนะครับ..แห้ๆๆ)"
ใครเล่า ที่จะรู้ถึงหัวอกทนายไทย
ทนายไทยบางคน เคยคุยกันแบบตลกๆว่า : "เป็นทนายความนั้น
รายได้ไม่สู้จะดีนัก แถมบางครั้ง อาจต้องกินลูกตะกั่วป็นอาหารเสริม...เฮ่อๆๆ
ทนายบางคนก็สุดแสนจะน่ารัก จนถึงกับมีบางคน แอบมาอุ้มเอาไป(เลี้ยง...ที่ไหนก็ไม่รู้..หายต๋อมไปเลย)..
เหอๆๆ"
(ป.ล.(เปล่าล้อเลียน)
ที่พูดมาทั้งหมดนั้น เพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สักครั้งหนึ่ง
ในเรื่องของกฏหมาย, กระบวนการยุติธรรมรวมไปถึงสถานภาพของนักกฏหมายไทย..มันสมควรจะต้องดีกว่านี้ครับ)
มุขตลก
: อาชีพทนายในอเมริกา จะเป็นที่เกลียดชังของผู้คนจำนวนมาก
แม้ว่าจะมีรายได้ค่อนข้างจะดีมากก็ตาม ในโจ๊กเรื่องนี้ก็เช่นกัน
ทนายนั้น โดนเซนต์ปีเตอร์แกล้งใช้เท้าผลักจนตกสวรรค์
...เฮ่อะๆๆ