สร้างบรรยากาศ
ให้เหมือนอยู่ในต่างประเทศ
ถูกต้องแล้วคร้าบบบบ!!!...เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
(สำหรับผมแล้ว..คิดว่าเรื่องนี้ สำคัญที่สุดครับ)
เราจะพบว่า คนไทย(เช่นผม เป็นต้น) เมื่อต้องไปอยู่อเมริกา
สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป จะหันไปทางไหน ก็มีแต่ภาษาอังกฤษ..แม้แต่ตัวของเราเอง
จะฟังอะไร จะพูดอะไร ก็ล้วนเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น..Isn't
that wonderful?..ฮาๆๆ..พระเจ้าช่วย กล้วยน้ำว้่า!!!
อย่ากระนั้นเลย เรามายกอเมริกา
มาไว้ที่บ้านเรากันดีกว่า.....เหอๆๆ เริ่มด้วยที.วี.-วิทยุ
เราก็ฟังแต่รายการภาษาอังกฤษ อะฮ้า!! ง่ายมาก เหมือน "ปอกกล้วย
เข้าปากหมา"หรือ"เตะหมู เข้าปากลิง"อะไรประมาณนั้น(ฝืดซะไม่มีอ้ะ!.เหอๆๆ...อากาศมันร้อนครับ..นึกมุขไม่ค่อยออก..ต้องขออภัย..ยังไงๆก็ระวัง
อย่าเผลอไปเตะปากหมา หรือเตะปากลิงเข้าก็แล้วกัน เดี๋ยวมันจะกัดเอา..แฮ่ๆๆ)
เราควรมีห้องส่วนตัวของเรา
พวกเคเบิ้ล ทีวี.ก็ควรจะมี ซึ่งนับวันก็จะง่ายขึ้นเรื่อยๆ
ในการที่เราจะหามาฟัง-มาดู ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยี มันวิ่งหยั่งกะจรวดดั่งเช่นทุกวันนี้
ดีไม่ดี ไอ้เจ้าพวกเคเบิ้ล ทีวี.อะไรเหล่านี้ อาจจะกลายเป็นของตกยุคในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยซ้ำไป
***"ฟังและดู-กรอกหูเข้าไปทุกวัน"..That's
the name of the game. โดยเฉพาะพวกรายการข่าวเช่น CNN,
BBC,ฯลฯและรายการอื่นๆที่คุณโปรดปราน...ทั้งที่เป็นการถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง,
รายการที่มีแต่เสียงเพียงอย่างเดียว หรือที่เป็นแบบ Clip วิดิโอและฯลฯ...หยุดการใช้ภาษาไทยไปเลยชั่วระยะเวลาหนึ่ง(ขอใช้คำว่า"ไม่เน้นภาษาไทย"น่าจะดีกว่า..ประเดี๋ยวบางท่านจะว่าเอา..แฮ่ๆ..ยังไงๆก็ไม่ลืมหรอกครับภาษาไทยน่ะ
ผมรับรอง..เพราะเมื่อคุณออกจากถ้ำที่ใช้ฝึกวิชา คุณก็ต้องใช้ภาษาไทยทันที..อ้ะๆๆ)
ผมเองนั้น
ชอบที่จะนั่งทำงานในห้อง(เล็กๆ-ที่บ้าน)
โดยมีที.วี.ที่เปิดรายการข่าว(ดังกล่าวข้างต้น)อยู่ใกล้ๆ โดยที่ผมนั้น
จะทำงานหน้าคอมบ้าง-งานอื่นๆบ้าง หูก็จะได้ยินเสียงจากที.วี.ตลอด
ตั้งใจฟังบ้าง-ไม่ตั้งใจฟังบ้าง-เมื่อได้ยินข่าวที่น่าสนใจมากๆ
ก็จะหันไปดูและฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ-ใครจะเลียนแบบก็เชิญครับ
รับรองว่า ไม่เกิน 3-5 ปี ภาษาของคุณ จะพัฒนาไปอย่างน่าตื่นตะลึง
อืม! เกือบลืมเรื่องสำคัญ
นั่นก็คือ"การดูหนัง"ครับ
ผมหมายถึงการนั่งดูที่บ้านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมจากเคเบิ้ล
ที.วี. หรือจากเครื่องเล่นVCD/DVDก็ตาม การดูซ้ำๆก็เป็นเรื่องปกติ
ผมอยากแนะนำว่า เมื่อเป็นการดูซ้ำหรือเมื่อภาษาของเราดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว ให้เอากล่องVCD(หรืออะไรก็ได้)
ไปตั้งบังหน้าจอ ในส่วนที่เป็นบทพากษ์ไทย(Subtitle)เอาไว้(หรือใช้คำสั่ง"OFF"ก็ได้ครับ)
สายตาของคุณ ควรจะอยู่ที่ตัวละคร หูเราก็ฟังไป สบายๆ
ฝึกไปเรื่อยๆครับ
ที่พูดมานั้น
เป็น"a must"(เรื่องที่จะต้องทำ)
สำหรับทุกๆท่านครับ ห้าม"อารยะขัดขืน"เป็นอันขาด
ในระหว่างที่ทางภาครัฐ ยังไม่ขยับอะไรเลย การซึมซับภาษาจากสภาพแวดล้อม(ที่เราสร้างขึ้น)นี้ นับเป็นแนวทางที่สำคัญและน่าจะบังเกิดผล
และยังเป็นการอุดช่องโหว่ ในเรื่อง"รู้คำศัพท๋น้อยเกินไป(และไม่คุ้นกับสำเนียงและโครงสร้างของภาษารวมไปถึงความแตกต่างและหลากหลายของภาษา
ทั้งที่เป็นทางการและไม่ทางการ)"ได้อีกด้วย เพราะเราจะอาศัยเพียงแค่คำศัพท์ที่เรียนรู้จดจำจากในห้องเรียนหรืออ่านจากหนังสือก๊อกๆแก๊กๆนั้น ขอเรียนว่า"ไม่พอรับประทาน"ครับ
อินเทอร์เน็ต
เชื่อว่าอีกไม่นาน คนส่วนใหญ่ ก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันนี้(พ.ศ.2551) ประชากรไทย 65 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ
15 ล้านคน คาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ปริมาณน่าจะเพิ่มขึ้นเกือบถึง
50%ของจำนวนประชากร(หวังเอาไว้นะครับ)
อินเทอร์เน็ต มีรายการที่จะช่วยพัฒนาภาษาของเรามากมาย
จาระไนไม่หมด ของฟรีแทบทั้งนั้น
ผมแนะนำบ้างก็ได้ เอาวิธีแรก
ก็คือว่า ทุกครั้งที่เปิดคอมฯทำงาน ให้เปิดเป็น
2 windows "ทำงานไปด้วย-ฟังหรือดูข่าวไปด้วย"(อาจเป็นรายการอื่นๆที่เราชอบแทนข่าวก็ได้ครับ)
โดยลดขนาดwindowรายการข่าว ให้เล็กๆ
เอาแหมะไว้ที่มุมไหนของจอก็ได้ครับ ถ้าจะฟังวิทยุอย่างเดียว(ยกตัวอย่าง
สถานี BBC เราเข้าไปที่ bbc.com
ที่มุมจอข้างล่างทางซ้ายมือ ให้คลิกที่ Radio
แล้วไปคลิกเพื่อฟังข่าวได้เลยที่ Listen
to World News ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือ ตอนกลางๆ(ที่เป็น
T.V.ก็มีครับ)) เราก็ไม่ต้องเอาขึ้นมาบนหน้าจอให้เกะกะ
โดยการคลิกที่(-)ที่มุมบนขวาของจอคอมฯครับ(จะพบว่า มีรายการให้เลือกรับชม-รับฟังมากมาย
ทั้งเฉพาะในเว็บนี้ และเว็บอื่นๆ)
-----------
จบไปหนึ่งเรื่อง มีแถมให้อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็สำคัญมากเช่นกัน
นั่นก็คือ การฝึกฟังจากรายการที่สอนเน้นเรื่องListeningโดยเฉพาะ
ซึ่งผมได้รับการโวยวายจากแฟนๆฟุดฟิดฟอร์ฟันเป็นจำนวนไม่น้อย
ว่าให้เน้นเรื่องนี้บ้าง โอ.เค. เราจัดให้เลยครับ
ลองเข้าไปที่นี่ครับ
http://intereladsd.blogspot.com/2007/06/200.html
ลองศึกษาดูให้ละเอียด ถ้าจะลองฝึกฟังการสนทนาที่มีSpeedหรือความเร็วในการพูดที่ช้านิดหนึ่ง(เ้หมาะกับชาวต่างชาติที่เรียนรู้การพูิดอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
อย่างเช่น คนไทยเรานี่แหละครับ)ก็ทำได้ โดยเมื่อเข้าไปในblogดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ให้คลิกไปที่ http://www.eslpod.com/website/index.php
แล้วไปที่ Latest Podcasts จะมีบทสนทนามากมายหลายเรื่องให้เราเลือกคลิกเข้าไปฟัง
ดีมากครับ หลังจากจบบทสนทนา ก็จะเป็นการอธิบายซ้ำ, แจกแจงขยายความอย่างละเอียดด้วยประโยคง่ายๆให้เราเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง
และปิดท้ายด้วยบทสนทนานี้ที่ความเร็วปกติ(แบบที่ฝรั่งเจ้าของภาษาเขาพูดกัน) เรา
Download ไปฟังที่ไหน เมื่ิอไรก็ได้
มีมากมายหลายหน้า ลองศึกษาดูนะครับ
หรือถ้าเราจะฝึกฟัง(ข่าว)ไปด้วย-อ่านไปด้วย(อันนี้ก็ดีมากครับ
เป็นการอ่านข่าวด้วยความเร็วปกติ ที่เราจะรู้สึกว่า มันสนุกดี
และจะไม่รู้สึกว่า มันเร็วเกินไป เพราะมีเนื้อข่าว(Script)ให้เราดูด้วย)ก็เข้าไปที่http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/newsenglish/index.shtml
แล้วก็คลิกที่รูปลำโพง(Listen to the
story) และยังมีแถมในตอนท้าย จะมีสอนการออกเสียงคำศัพท์บางคำในข่าวนั้น(Listen
to the words)พร้อมคำแปลสั้นๆ ซึ่งมีประโยชน์มากครับ.
-เรื่องที่เรียน จะไม่น่าเบื่อ เพราะเป็นข่าวสารที่ทันสมัย
ทันยุค ทันเหตุการณ์ และเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ยิ่งถ้าคุณเรียนรู้
เพื่อจะนำไปใช้ในชีวิตจริงละก็ จะพบว่า มีประโยชน์มากครับ.
-ในเว็บไซต์ข่าวเช่น BBC.ที่ยกมานี้(หรือเว็บข่าวเว็บอื่นๆ)
ยังมีเรื่องอื่นๆที่ สนุกสนานและน่าสนใจอีกมากมายหลายหัวข้อ(หลายเรื่องครับและพวกเราก็อาจจะชอบอะไรที่ไม่เหมือนกัน)
ให้เราคลิกเข้าไปดู ที่เป็นบทเรียนง่ายๆสนุกๆและช่วยในการเรียนรู้
ก็ยังมีอีกเยอะแยะ พวกเราลองคลิกๆหากันเองนะครับ
อยากให้พวกเรา ลองฝึกดู สัก 3-6 เดือน
แล้วแจ้งผลการเรียน มาให้ทราบบ้างนะครับ
(เอ้อ! เกือบลืมไป..ยังมีอีกนิดหนึ่งครับ..ที่พวกเราควรจะต้องสนใจ
นั่นก็คือ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเรา เช่น บางกอกโพสต์และ
ฯลฯ...เข้าเว็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ก็ได้ครับ เช่น bangkokpost.com
(ถ้าเราไม่อยากซื้อ) แล้วเลือกอ่านข่าวที่เราสนใจ
จะเข้่าใจได้ง่ายกว่าข่าวหรือเรื่องราวของต่างประเทศ(Print
ออกมาเก็บไว้อ่านเมื่อมีเวลาก็ได้ครับ))(อยากย้ำตรงนี้ว่า
ทุกครั้งที่คุณนั่งหน้าจอคอมฯและคิดถึงคำว่า"ข่าว"ละก็
ให้เข้าเว็บหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเราก่อนเลย-เป็นอันดับแรก
ถ้ายังอยากดูหนังสือพิมพ์ภาษาไทย-อนุญาตให้ดูได้เฉพาะหัวข้อข่าวเท่านั้น(อ่านผ่านๆ-เอาแบบเร็วๆ
ห้ามเกิน 2 นาที) แล้วให้ไปอ่านแบบละเอียดในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเรา
ดังกล่าวข้างต้น-ห้ามขัดขืนนะครับ..อ้ะๆๆ)
(แถมอีกเรื่องครับ พวกเราควรจะหาหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจมากๆมาติดตัวหรือไว้ใกล้ๆมือสักเล่ม-สองเล่ม
ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่เราชอบ เราก็จะ็อยากอ่านและจะเข้าใจได้ไม่ยากครับ
ยกตัวอย่างเช่นตัวผมเอง สมัยที่อยู่อเมริกา ผมจะชอบเล่นเทนนิสและชอบดูการถ่ายทอดเทนนิสและบาสเก็ตบอล(ในสมัยนั้น
คนที่นั่น จะยังไม่รู้จักฟุตบอล(Soccer)ครับ
ผมก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับกีฬาสองชนิดนี้หลายเล่มครับ))
แถมแล้วก็แถมอีกครับ..ผ่างๆๆๆ!!!-มีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบว่า
มี Talking Dict.ให้ใช้ได้ฟรีสำหรับพวกเราทุกคนครับ..ไม่ต้องเสียเงินซื้อเป็นพันเป็นหมื่นกันอีกต่อไป..เป็นการออกเสียงให้พวกเราได้ฟังกันอย่างชัดเจน
เหมือนมีเจ้าของภาษามานั่งออกเสียงให้ฟังอยู่ตรงหน้า. What
more do you want? อัะๆๆ..
มีอยู่หลายเว็บครับ เช่น answers.com
ใช้งานง่ายๆ โดยพิมพ์คำศัพท์ลงไป-กด search
ลองอ่านคำแปลและศัพท์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง แล้วคลิกที่รูปลำโพง
เพื่อฟังการออกเสียง-อ้ะๆๆ..สนุกดีครับ..ให้ลองเสิร์ชดูด้วยGoogleเพื่อหาเว็บอื่นๆเพิ่มเติมนะครับ เลือกกันเอาเอง
ผมขออนุญาต ที่จะไม่เชียร์รายหนึ่งรายใด ประเดี๋ยวเจ้าอื่นๆจะว่าเอา..(ถ้าหาไม่เจอ อี-แมว
มาถามผมก็ได้ครับ)
อืม! หรือจะเป็นเรื่องจริง ที่ว่า "The
best things in life are free."
ถ้าเป็นจริง อย่างที่คนทั้งโลกเขาเชื่อกัน
ก็ดีนะครับ แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า
If the
best things in life are free, then what do we need money
for?
เอิ๊กส์ๆๆๆ..
ลองดูนะครับ แล้วอย่าลืม อี-แมว มาคุยกันบ้างนะครับ
รักและเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน
จตุพล
ณ อิลลินอยส์
