สร้างบรรยากาศ
ให้เหมือนอยู่ในต่างประเทศ ***
ถูกต้องแล้วคร้าบบบบ!!!...เรื่องนี้นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก(สำหรับผมแล้ว..คิดว่าเรื่องนี้
สำคัญที่สุดครับ) เราจะพบว่า คนไทย(เช่นผม
เป็นต้น) เมื่อต้องไปอยู่อเมริกา สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไป
จะหันไปทางไหน ก็มีแต่ภาษาอังกฤษ..แม้แต่ตัวของเราเอง จะฟังอะไร
จะพูดอะไร ก็ล้วนเป็นภาษาอังกฤษทั้งสิ้น..Isn't
that wonderful?..ฮาๆๆ..พระเจ้าช่วย
กล้วยน้ำว้่า!!!
อย่ากระนั้นเลย
เรามายกอเมริกา มาไว้ที่บ้านเรากันดีกว่า.....เหอๆๆ เริ่มด้วยที.วี.-วิทยุ
เราก็ฟังแต่รายการภาคภาษาอังกฤษ อะฮ้า!! ง่ายมาก เหมือน "ปอกกล้วย
เข้าปากหมา"หรือ"เตะหมู เข้าปากลิง"อะไรประมาณนั้น(ฝืดซะไม่มีอ้ะ!.เหอๆๆ...อากาศมันร้อนครับ..นึกมุขไม่ค่อยออก..ต้องขออภัย..ยังไงๆก็ระวัง
อย่าเผลอไปเตะปากหมา
หรือเตะปากลิงเข้าก็แล้วกัน ประเดี๋ยวมันจะกัดเอา..แฮ่ๆๆ)
เราควรมีห้องส่วนตัวของเรา
พวกเคเบิ้ล ทีวี.ก็ควรจะมี ซึ่งนับวันก็จะง่ายขึ้นเรื่อยๆ
ในการที่เราจะหามาฟัง-มาดู ยิ่งในยุคที่เทคโนโลยี มันวิ่งอย่างกับจรวดดั่งเช่นทุกวันนี้
ดีไม่ดี ไอ้เจ้าพวกเคเบิ้ล ทีวี.อะไรเหล่านี้ อาจจะกลายเป็นของตกยุคในอีกไม่กี่วันข้างหน้าด้วยซ้ำไป
***"ฟังและดู-กรอกหูเข้าไปทุกวัน"..That's
the name of the game. โดยเฉพาะพวกรายการข่าวเช่น CNN,
BBC,ฯลฯและรายการอื่นๆที่คุณโปรดปราน...ทั้งที่เป็นการถ่ายทอดทั้งภาพและเสียง,
รายการที่มีแต่เสียงเพียงอย่างเดียว หรือที่เป็นแบบ Clip วิดิโอและฯลฯ...หยุดการใช้ภาษาไทยไปเลยชั่วระยะเวลาหนึ่ง(ขอใช้คำว่า"ไม่เน้นภาษาไทย"น่าจะดีกว่า..ประเดี๋ยวบางท่านจะว่าเอา..แฮ่ๆ..ยังไงๆก็ไม่ลืมหรอกครับภาษาไทยน่ะ
ผมรับรอง..เพราะเมื่อคุณออกจากถ้ำที่ใช้ฝึกวิชา คุณก็ต้องใช้ภาษาไทยทันที..อ้ะๆๆ)
ผมเองนั้น
ชอบที่จะนั่งทำงานในห้อง(เล็กๆ-ที่บ้าน)
โดยมีที.วี.ที่เปิดรายการข่าว(ดังกล่าวข้างต้น)อยู่ใกล้ๆ
โดยที่ผมนั้น จะทำงานหน้าคอมบ้าง-งานอื่นๆบ้าง หูก็จะได้ยินเสียงจากที.วี.ตลอด
ตั้งใจฟังบ้าง-ไม่ตั้งใจฟังบ้าง-เมื่อได้ยินข่าวที่น่าสนใจมากๆ
ก็จะหันไปดูและฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ-ใครจะเลียนแบบก็เชิญครับ
รับรองว่า ไม่เกิน 3-5 ปี ภาษาของคุณ จะพัฒนาไปอย่างน่าตื่นตะลึง
อืม! เกือบลืมเรื่องสำคัญ
นั่นก็คือ"การดูหนัง"ครับ
ผมหมายถึงการนั่งดูที่บ้านนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการรับชมจากเคเบิ้ล
ที.วี. หรือจากเครื่องเล่นVCD/DVDก็ตาม การดูซ้ำๆก็เป็นเรื่องปกติ
ผมอยากแนะนำว่า เมื่อเป็นการดูซ้ำหรือเมื่อภาษาของเราดีขึ้นในระดับหนึ่งแล้ว ให้เอากล่องVCD(หรืออะไรก็ได้)
ไปตั้งบังหน้าจอ ในส่วนที่เป็นบทพากษ์ไทย(Subtitle)เอาไว้(หรือใช้คำสั่ง"OFF"ก็ได้ครับ)
สายตาของคุณ ควรจะอยู่ที่ตัวละคร หูเราก็ฟังไป
สบายๆ ฝึกไปเรื่อยๆครับ
ที่พูดมานั้น
เป็น"a must"(เรื่องที่จะต้องทำ)
สำหรับทุกๆท่านครับ ห้าม"อารยะขัดขืน"เป็นอันขาด
ในระหว่างที่ทางภาครัฐ ยังไม่ขยับอะไรเลย การซึมซับภาษาจากสภาพแวดล้อม(ที่เราสร้างขึ้น)นี้ นับเป็นแนวทางที่สำคัญและน่าจะบังเกิดผล
และยังเป็นการอุดช่องโหว่ ในเรื่อง"รู้คำศัพท์น้อยเกินไป(และไม่คุ้นกับสำเนียงและโครงสร้างของภาษารวมไปถึงความแตกต่างและหลากหลายของภาษา
ทั้งที่เป็นทางการและไม่ทางการ)"ได้อีกด้วย เพราะเราจะอาศัยเพียงแค่คำศัพท์ที่เรียนรู้จดจำจากในห้องเรียนหรืออ่านจากหนังสือก๊อกๆแก๊กๆนั้น ขอเรียนว่า"ไม่พอรับประทาน"ครับ
อินเทอร์เน็ต
เชื่อว่าอีกไม่นาน
คนส่วนใหญ่ ก็จะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันนี้(พ.ศ.2551)
ประชากรไทย 65 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 15
ล้านคน คาดว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ปริมาณน่าจะเพิ่มขึ้นเกือบถึง
50%ของจำนวนประชากร(หวังเอาไว้นะครับ)
อินเทอร์เน็ต มีรายการที่จะช่วยพัฒนาภาษาของเรามากมาย
จาระไนไม่หมด ของฟรีแทบทั้งนั้น
ผมแนะนำบ้างก็ได้
เอาวิธีแรก ก็คือว่า ทุกครั้งที่เปิดคอมฯทำงาน ให้เปิดเป็น
2 windows "ทำงานไปด้วย-ฟังหรือดูข่าวไปด้วย"(อาจเป็นรายการอื่นๆที่เราชอบแทนข่าวก็ได้ครับ)
โดยลดขนาดwindowรายการข่าว ให้เล็กๆ
เอาแหมะไว้ที่มุมไหนของจอก็ได้ครับ ถ้าจะฟังวิทยุอย่างเดียว(ยกตัวอย่าง
สถานี BBC เราเข้าไปที่
bbc.com ที่มุมจอข้างล่างทางซ้ายมือ
ให้คลิกที่ Radio แล้วไปคลิกเพื่อฟังข่าวได้เลยที่
Listen to World News ซึ่งจะอยู่ทางซ้ายมือ
ตอนกลางๆ(ที่เป็น T.V.ก็มีครับ))
เราก็ไม่ต้องเอาขึ้นมาบนหน้าจอให้เกะกะ โดยการคลิกที่(-)ที่มุมบนขวาของจอคอมฯครับ(จะพบว่า
มีรายการให้เลือกรับชม-รับฟังมากมาย ทั้งเฉพาะในเว็บนี้ และเว็บอื่นๆ)
**ถ้าเราต้องใช้คอมฯ.
ณ.จุดที่เสียงมันจะตีกัน เช่น ในห้องนั่งเล่นหรือห้องอื่นๆที่อาจจะมีทั้งที.วี.และวิทยุซึ่งสมาชิกในบ้านท่านอื่นๆเขารับชม-รับฟังอยู่
ผมขอแนะนำให้ท่านใช้หูฟัง(HeadphoneหรือEarphone)ครับ..สบายมาก!!
 |
จบไปหนึ่งเรื่อง
มีแถมให้อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็สำคัญมากเช่นกัน นั่นก็คือ การฝึกฟังจากรายการที่สอนเน้นเรื่องListeningโดยเฉพาะ
ซึ่งผมได้รับการโวยวายจากแฟนๆฟุดฟิดฟอร์ฟันเป็นจำนวนไม่น้อย
ว่าให้เน้นเรื่องนี้บ้าง โอ.เค. เราจัดให้เลยครับ
ลองเข้าไปที่นี่ครับ
http://intereladsd.blogspot.com/2007/06/200.html
ลองศึกษาดูให้ละเอียด ถ้าจะลองฝึกฟังการสนทนาที่มีSpeedหรือความเร็วในการพูดที่ช้านิดหนึ่ง(เ้หมาะกับชาวต่างชาติที่เรียนรู้การพูิดอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
อย่างเช่น คนไทยเรานี่แหละครับ)ก็ทำได้ โดยเมื่อเข้าไปในblogดังกล่าวข้างต้นแล้ว
ให้คลิกไปที่ http://www.eslpod.com/website/index.php
แล้วไปที่ Latest Podcasts จะมีบทสนทนามากมายหลายเรื่องให้เราเลือกคลิกเข้าไปฟัง
ดีมากครับ หลังจากจบบทสนทนา ก็จะเป็นการอธิบายซ้ำ, แจกแจงขยายความอย่างละเอียดด้วยประโยคง่ายๆให้เราเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง
และปิดท้ายด้วยบทสนทนานี้ที่ความเร็วปกติ(แบบที่ฝรั่งเจ้าของภาษาเขาพูดกัน) เรา
Download ไปฟังที่ไหน เมื่อไรก็ได้
มีมากมายหลายหน้า ลองศึกษาดูนะครับ
หรือถ้าเราจะฝึกฟัง(ข่าว)ไปด้วยอ่านไปด้วย(อันนี้ก็ดีมากครับ เป็นการอ่านข่าวด้วยความเร็วปกติ ที่เราจะรู้สึกว่า มันสนุกดี และจะไม่รู้สึกว่า มันเร็วเกินไปเพราะมีเนื้อข่าว(Script)ให้เราดูด้วย) ก็เข้าไปที่
http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/newsenglish/index.shtml
แล้วก็คลิกที่รูปลำโพง(Listen to the
story) และยังมีแถมในตอนท้าย จะมีสอนการออกเสียงคำศัพท์บางคำในข่าวนั้น(Listen
to the words)พร้อมคำแปลสั้นๆ ซึ่งมีประโยชน์มากครับ.
-เรื่องที่เรียน จะไม่น่าเบื่อ เพราะเป็นข่าวสารที่ทันสมัย
ทันยุค ทันเหตุการณ์ และเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ยิ่งถ้าคุณเรียนรู้
เพื่อจะนำไปใช้ในชีวิตจริงละก็ จะพบว่า มีประโยชน์มากครับ.
-ในเว็บไซต์ข่าวเช่น BBC.COMที่ยกมานี้(หรือเว็บข่าวเว็บอื่นๆ)
ยังมีเรื่องอื่นๆที่ สนุกสนานและน่าสนใจอีกมากมายหลายหัวข้อ(หลายเรื่องครับและพวกเราก็อาจจะชอบอะไรที่ไม่เหมือนกัน)
ให้เราคลิกเข้าไปดู ที่เป็นบทเรียนง่ายๆสนุกๆและช่วยในการเรียนรู้
ก็ยังมีอีกเยอะแยะ พวกเราลองคลิกๆหากันเองนะครับ
****ในส่วนตัวผมเองนั้น
จะชอบ CNNมากกว่า
เพราะสำเนียงของสถานีนี้ จะเป็นอเมริกันชัดเจนมาก ฟังได้ทั้งวันทั้งคืนครับ
วิืธีเข้าไปรับฟังก็ง่ายมาก..แค่เราเข้าไปที่ www.cnn.com
แล้วคลิกที่ Video(อยู่ตรงขวามือ-กลางๆครับ)
แล้วคลิกที่Radio ที่มุมบนขวาครับ(อาจมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือมีคำสั่งให้เราทำนั่น-ทำนี่ก่อนบ้าง-ก็ลองหาๆดู
หาไม่ยากครับ-ดูเหมือนว่าปัจจุบันนี้(พฤษภาคม 2553) เราต้องกดที่
T.V.(ไม่ต้องคลิกที่ Video)
แล้วคลิกที่CNN
Radio) หลายท่านอาจมีช่องทางเข้าแตกต่างกัน
จะเป็นรายการข่าวที่น่าสนใจมาก สลับกับโฆษณาซึ่งจะซ้ำไปซ้ำมา
ก็เหมือนกับรายการข่าวหรือรายการวิทยุทั่วๆไปของบ้านเรานั่นแหละครับ
ซึ่งในส่วนของโฆษณาที่ซ้ำไปซ้ำมานั้น เป็นเรื่องที่ดีมาก เราฟังในตอนแรก
ก็อาจจะจับใจความได้ไม่ครบถ้วน แต่พอได้ฟังหลายๆเที่ยว ก็จะเข้าใจได้ดีขึ้น
ฟังบ่อยๆ ก็จะเข้าใจทั้งหมด ชัดเจน แจ่มแจ้ง เมื่อถึงระดับนั้น
มันก็จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วไม่นาน พวกเราก็จะเก่งอย่างแน่นอนครับ
**หรือจะเอาง่ายๆ
ก็เข้า cnnradio.com
ตามด้วย Click Here
For CNN RADIO PODCASTS แล้วคลิกที่ CNN
News Update(มีหลายหัวข้อข่าวให้เลือกครับ)-เลือกหัวข้อข่าว
แล้วกด Play Now ใช้เวลาแค่ไม่เกิน
30 วินาที เลือก Open หรือ Saveก็ได้ครับ
ฟังซ้ำไป-ซ้ำมาได้ (ในกรณีนี้ จะเป็นเทปข่าวสั้น
ซ้ำไป-ซ้ำมา ไม่มีโฆษณาครับ เมื่อฟังเข้าใจแล้ว เราต้องเปลี่ยนหัวข้อข่าวเองครับ)
*ลองคลิกตรงนั้น ตรงนี้ หาฟังไปเรื่อยๆ
แค่นี้ ก็ฟังจนหูแฉะแล้วครับ
**อืม! ในกรณีที่เราใช้หูฟัง
ควรหาสายต่อเอาไว้บ้าง เพราะบางครั้งเราอาจจะนั่งทำงานอื่นๆ
ซึ่งอาจจะอยู่ห่างคอมพิวเตอร์นิดหนึ่ง สายที่ติดมากับหูฟังอาจจะสั้นไปนิดหนึ่ง
สายต่อเส้นละไม่กี่สิบบาทครับ ปลายด้านหนึ่งเป็นแจ็คเสียบ
อีกด้านก็จะเป็นช่องให้เสียบ หาซื้อได้ตามร้านไอ.ที.ทั่วไปครับ
หรือใครจะใช้หูฟังแบบไร้สายก็ได้ครับ
ในกรณีฟังจากเครื่อง mp3 หรือจากโทรศัพท์มือถือ
ผมไม่แน่ใจว่าสัญญาณจะชัดเจนหรือไม่ ในอนาคตอันใกล้ น่าจะดีกว่าในปัจจุบันแน่นอนครับ(3G
กำลังจะเปิดให้บริการในเมืองไทยเร็วๆนี้ พูดสั้นๆให้พอเข้าใจไอ้เจ้า
3G นี้ก็คือว่า เป็นการส่งข้อมูลทั้งภาพและเสียง ที่เร็วกว่าระบบเดิมๆของเราที่ใช้อยู่ในตอนนี้(พ.ศ.2552)ประมาณ
40 เท่าครับ จะไม่ช้าและกระตุกยึกยักอีกต่อไป (คุยกันเห็นหน้า-เห็นตา-แสดงสินค้าให้ลูกค้าดูแบบสดๆ Real
time)จะเป็นระบบการสื่อสารแบบไร้สายที่เข้าไปถึงในป่า-ในเขาลำเนาไพรที่ห่างไกล
ดงดิบเพียงใด-ก็ไปถึง โทรศัพท์มือถือ จะกลายเป็นคล้ายๆที.วี.,เคเบิ้ล
ทีวี.,Internetและยังมีประโยชน์อื่นๆอีกมากมายครับ)
*ในกรณีฟังข่าววิทยุ
จากโทรศัพท์มือถือ แนะนำให้เลือกยี่ห้อหรือรุ่นที่โอ.เค.หน่อยครับ
ของผมใช้Samsung(ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ..แหะๆ)
รุ่นที่มีดาราสาวของไทยอยู่หน้าจอนะครับ ราคา 3,500
ฟังข่าวได้ชัดพอสมควรครับ. FM 107,FM
88ก็พอรับได้
แถมรองรับ 3Gด้วย อย่าซื้อรุ่นสไลด์ที่ราคาประมาณ
2,500นะครับ เพราะจะฟังวิทยุไม่ค่อยได้ และไม่รองรับ
3Gครับ
อยากให้พวกเรา ลองฝึกดู สัก 3-6 เดือน
แล้วแจ้งผลการเรียน มาให้ทราบบ้างนะครับ
———————————

***ข่าวเพิ่มเติม(เม.ย.
2554)
***ข่าวล่า
มาเร็ว-เป็นข่าวดีครับ!!
ขอเรียนเพิ่มเติมพวกเราว่า
ปัจจุบันนี้ เรากำลังจะก้าวข้ามยุคเน็ตเต่าแล้วคร้าบบบ..!!
ความเร็วอินเตอร์เน็ต อย่างน้อยต้อง 6 เม็ก (ความจริงแล้ว
8Mb น่าจะเป็นขั้นต่ำสุดนะ เหมือน ญี่ปุ่นกะ เกาหลี) ซึ่งความเร็ว
6 Mbนั้น แม้จะยังต่ำไปนิด เวลาใช้สาย LAN ภาพข่าวจากเครื่องคอมฯ.ตัวที่ต่อพ่วงสายLANยาวๆ ก็อาจจะยังคงมีอาการกระตุกและหยุดเป็นครั้งคราวอยู่บ้าง(ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้)
แต่ตัวที่อยู่ใกล้MODEMนั้น
จะมีความไหลลื่นพอสมควร เราสามารถที่จะเปิดชมV.D.Oข่าวจากcnn.comหรือbbc.comหรือสำนักข่าวอื่นๆได้อย่างสบายตา(และหู-โดยเพียงแค่คลิกที่ภาพข่าวที่เราสนใจ(ซึ่งมีหัวข้อข่าวสั้นๆอยู่ใต้ภาพ)-คลิกFULL
SCREENที่ด้านล่าง ก็จะได้ภาพเต็มจอ เหมือนดูที.วี.เลยครับ)หรือจะดูรายการอื่นๆก็ได้ตามใจท่าน
ไม่ต้องทนดูที.วี.บ้านเรา ซึ่งอาจจะมีแต่รายการ ที่ท่านไม่อยากจะดูอีกต่อไป
*ใครที่ใช้เน็ตของTOTอยู่ ให้รีบโทรไปขอUpgrade
เลือกความเร็วและราคาที่เราต้องการ (อย่างน้อยต้อง 6 Mb. ซึ่งราคาอยู่ที่ 590 บาท/เดือน(ถ้าจะเอา 9 Mb. ก็ต้องเพิ่มอีก 300 บาทครับ)
อย่าลืมใช้Wireless Modemแบบมีช่องเสียบสายLanด้วย(TOT
ขายเรา 1,000 อยากซื้อที่ไหน ก็ตามสะดวก) ผมใช้โน๊ตบุ๊คWireless
ส่วนเครื่องP.C. 2-3 เครื่องยังคงใช้สายLAN) ถ้าได้สูงกว่า
6 Mb.ก็แจ่มเลย ส่วนของTRUEนั้นผมไม่มีข้อมูล
แต่ทราบว่าทั้ง 2 ค่าย ก็พอๆกัน อยู่ในระหว่างการพัฒนา เปรียบเสมือนม้าแข่ง
ที่กำลังห้อไปกระดึ๊บๆ..ฝุ่นและรังแคตลบอบอวล(ปัญหาเหล่านี้จะไม่มี
ถ้าเราใช้ 3G อ้ะๆๆ...ไม่เชื่อก็ลองถามเพื่อนบ้านชาวลาว..ท่านท้าวบุญมา,ท้าวอุ่น
ตีนเย็น หรือใครก็ได้ที่ท่านฮู้จัก..ง่ะๆๆ)
---------
 |
ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ
การใช้ประโยชน์จากเว็บไซท์ Google.com
และ Youtube.comครับ เพื่อสืบค้น-รับชม
รับฟังข่าวหรือเรื่องราวที่เราสนใจเฉพาะเจาะจงเป็นเรื่องๆไปเลย
เราก็แค่เข้าไปในเว็บไซท์ดังกล่าวแล้วพิมพ์หัวข้อเรื่องที่เราสนใจ(เป็นภาษาอังกฤษ)
แล้วกด search(ค้นหา)
แล้วก็คลิกที่ภาพหัวข้อข่าวซึ่งเขาจัดทำเป็นวิดิโอไว้ให้เรา
อาจจะเป็นเรื่องไอ.ที.,เื่รื่องการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อแดง,เสื้อเหลือง,เสื้อสายเดี่ยว,เกาะอกหรืออะไรก็ตาม,เรื่องของบุคคล(ใส่ชื่อบุคคล
อาจตามด้วยหัวข้อสั้นๆที่เราอยากรู้),กีฬาดีๆที่เราพลาดชมการถ่ายทอดสดหรืออยากจะชมคู่มันๆในอดีต
เช่น Federer vs Nadal เราก็แค่พิมพ์ลงไป(อาจมีรายละเอียดต่อท้ายนิดหน่อย)หรือเรื่องอะไรก็ได้ครับ
***เพียงแค่นี้ โลกทั้งใบ
ก็จะอยู่ในกำมือของเรา..อ้ะๆๆ
(เอ้อ! เกือบลืมไป..ยังมีอีกนิดหนึ่งครับ..ที่พวกเราควรจะต้องสนใจ
นั่นก็คือ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเรา เช่น บางกอกโพสต์และ
ฯลฯ...เข้าเว็บหนังสือพิมพ์เหล่านี้ก็ได้ครับ เช่น
bangkokpost.com (ถ้าเราไม่อยากซื้อ)
แล้วเลือกอ่านข่าวที่เราสนใจ โดยเฉพาะข่าวภายในประเทศ ซึ่งเราจะเข้่าใจได้ง่ายกว่าข่าวหรือเรื่องราวของต่างประเทศ(Printหรือลาวน์โดด....อุ๊ป!!...ฮ่วย..จังซี่มันต้องถอนๆ..ครับท่านประธาน!!..Downloadออกมาเก็บไว้อ่านเมื่อมีเวลาก็ได้ครับ))(อยากย้ำตรงนี้ว่า
ทุกครั้งที่คุณนั่งหน้าจอคอมฯและคิดถึงคำว่า"ข่าว"ละก็
ให้เข้าเว็บหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเราก่อนเลย-เป็นอันดับแรก
ถ้ายังอยากดูหนังสือพิมพ์ภาษาไทย-อนุญาตให้ดูได้เฉพาะหัวข้อข่าวเท่านั้น(อ่านผ่านๆ-เอาแบบเร็วๆ
ห้ามเกิน 2 นาที) แล้วให้ไปอ่านแบบละเอียดในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกในบ้านเรา
ดังกล่าวข้างต้น-ห้ามขัดขืนนะครับ..อ้ะๆๆ)
(แถมอีกเรื่องครับ พวกเราควรจะหาหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจมากๆมาติดตัวหรือไว้ใกล้ๆมือสักเล่ม-สองเล่ม
ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่เราชอบ เราก็จะ็อยากอ่านและจะเข้าใจได้ไม่ยากครับ
ยกตัวอย่างเช่นตัวผมเอง สมัยที่อยู่อเมริกา ผมจะชอบเล่นเทนนิสและชอบดูการถ่ายทอดเทนนิสและบาสเก็ตบอล(ในสมัยนั้น
คนที่นั่น จะยังไม่รู้จักฟุตบอล(Soccer)ครับ
ผมก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับกีฬาสองชนิดนี้หลายเล่มครับ))
แถมแล้วก็แถมอีกครับ..ผ่างๆๆๆ!!!-มีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบว่า
มี Talking Dict.ให้ใช้ได้ฟรีสำหรับพวกเราทุกคนครับ..ไม่ต้องเสียเงินซื้อเป็นพันเป็นหมื่นกันอีกต่อไป..เป็นการออกเสียงให้พวกเราได้ฟังกันอย่างชัดเจน
เหมือนมีเจ้าของภาษามานั่งออกเสียงให้ฟังอยู่ตรงหน้า. What
more do you want? อ้ะๆๆ..
มีอยู่หลายเว็บครับ เช่น answers.com
ใช้งานง่ายๆ โดยพิมพ์คำศัพท์ที่เราต้องการทราบความหมายลงไป-กด
search ลองอ่านคำแปลและศัพท์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง
แล้วคลิกที่รูปลำโพง เพื่อฟังการออกเสียง-อ้ะๆๆ..สนุกดีครับ..และถัดลงไปหน่อย
ก็จะเป็นประโยคตัวอย่าง ซึ่งมีคำที่เราค้นหานั้นอยู่ด้วย..เราก็จะได้ฟังประโยคยาวๆครับ
.....ให้ลองเสิร์ชดูด้วยGoogleเพื่อหาเว็บอื่นๆเพิ่มเติมนะครับ(ผมจดเอาไว้หลายเว็บ) ..เลือกกันเอาเอง
ผมขออนุญาต ที่จะไม่เชียร์รายหนึ่งรายใด ประเดี๋ยวเจ้าอื่นๆจะว่าเอา..(ถ้าหาไม่เจอ อี-แมว
มาถามผมก็ได้ครับ)
อืม! หรือจะเป็นเรื่องจริง ที่ว่า "The
best things in life are free."
ถ้าเป็นจริง อย่างที่คนทั้งโลกเขาเชื่อกัน
ก็ดีนะครับ แต่ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า
If the
best things in life are free, then what do we need money
for?
เอิ๊กส์ๆๆๆ..
เกือบลืมบอกไปว่า การเตรียมพร้อมด้านภาษาล่วงหน้า 3-5 ปีที่กล่าวมานั้น
เหมาะสำหรับพ่อแม่พี่น้องที่ควรจะต้องเตรียมให้บุตรหลาน หรือสำหรับบางท่าน
ก็อาจจะเป็นการเตรียมตัวท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมไปศึกษาต่อในต่างประเทศ,
ศึกษาต่อภายในประเทศ,เตรียมเพื่อใช้ในการทำงานภายในหรือภายนอกประเทศหรือเตรียมเอาไว้เพื่อประโยชน์อื่นใดก็ตาม(การเตรียมตัวเมื่อเข้ามหา'ลัยปีที่
1.นั้น แทบจะเรียกได้ว่า เป็นช่วงสุดท้ายแล้วครับสำหรับท่านที่วางแผนจะต่อโทในต่างประเทศ(โดยส่วนตัวผม
เห็นว่า เป็นการเตรียมตัวที่สายไปนิดหนึ่ง) ถ้าจะเอาแบบสบายๆ
ควรจะเริ่มก่อนหน้านั้นครับ)
คนไทย(โดยเฉพาะเด็กๆ)
จะไม่ค่อยคิดหรือวางแผนอะไรล่วงหน้า
ซึ่งอาจจะทำให้เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและเป็นการเสียโอกาส(อย่างใหญ่หลวงระดับอภิมหาโคตะระเลยละครับ)
ซึ่งเรื่องเหล่านี้นั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ปกครอง น่าจะเข้ามามีบทบาทวางแผนให้พวกเขา
จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล
ลองดูนะครับ แล้วอย่าลืม อี-แมว
มาคุยกันบ้าง
"ความพยายามอยู่ที่ไหน
ความพยายามอยู่ที่นั่น"
รักและเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน
จตุพล
ณ อิลลินอยส์
